จังหวัดให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง เมื่ออยู่ในบริเวณตลาด ตลาดนัด และตลาดน้ำทุกแห่ง [ 21 เม.ย. 2564 ]

              

จังหวัดให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง เมื่ออยู่ในบริเวณตลาด ตลาดนัด และตลาดน้ำทุกแห่ง นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรีผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรีออกคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรีที่ ๑๘๑๙/๒๕๖๔ เรื่อง ให้ประชาชนหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง เมื่ออยู่ในบริเวณตลาดตลาดนัดและตลาดน้ำคลองแหโดยระบุว่า อนุสนธิคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรีที่ ๑๗๙๐/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เรื่อง การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019( covid – 19) ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ที่ ๑๗๙๑/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๔ เรื่อง การปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ของจังหวัดกาญจนบุรีและการปรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ควบคุมนั้น

ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อสะสมและผู้ติดเชื้อรายใหม่ซึ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการระบาดระลอกใหม่นี้ได้กระจายออกไปหลายพื้นที่ค่อนข้างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ป้องกันมิให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะอันจะเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๑) (๗) และ ๓๔ (๖) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อ ๗ (๑) และข้อ ๑๑ ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2548 (ฉบับที่ ๑) ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดกาญจนบุรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ ๙/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๔ จึงให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง เมื่ออยู่ในบริเวณตลาด ตลาดนัด และตลาดน้ำทุกแห่ง

ทั้งนี้ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรจะมีความผิดตามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.๒๕๕๘ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐บาท

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๑ เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงสั่ง ณ วันที่ ๒"เมษายน ๒๕๖๔